ทำไมต้อง Save the sea?

 

รู้ไหมว่า ประเทศไทยมีขยะทะเลมากเป็นอันดับ 6 ของโลก ยอดรวมขยะปี 2016 คือ 27 ล้านตัน กำจัดอย่างไม่ถูกต้อง 11.69 ล้านตัน ไหลลงสู่แหล่งน้ำ 10 ล้านตัน ถ้าทุกฝ่ายไม่ร่วมมือกันตั้งแต่ตอนนี้ มีความเป็นไปได้สูงมากที่ปี 2050 จะมีขยะทะเลมากกว่าสัตว์น้ำ
.

วันนี้จะขอยกตัวอย่าง แบรนด์ที่หันมาสนใจเรื่องขยะในมหาสมุทร และมุ่งหน้าลงมือเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืนของระบบนิเวศอย่างจริงจังแล้ว
.

Adidas จับมือกับ Parley องค์กรที่เป็นสะพานระหว่าง ผู้อนุรักษ์ทรัพยากรในมหาสมุทรและเอกชน ทำรองเท้าที่ส่วนบน 95% มาจากพลาสติกในมหาสมุทร และ 5% จากโพลีแอสเตอร์รีไซเคิล พอ 7,000 คู่แรกวางขาย หนึ่งในผู้บริหารใหญ่ก็ออกมาประกาศว่า เป้าหมายสูงสุดคือ วัสดุในการผลิตทั้งหมดจะต้องปราศจากการใช้พลาสติกใหม่ ไม่เพียงรองเท้า เสื้อฟุตบอลทีม Real Madrid กับ Bayern Munich ที่ทำจากพลาสติกในมหาสมุทร 100% ของ Adidas ก็ร่วมมือกับ Parley เหมือนกัน 
.

ตัวอย่างที่เราเคยโชว์ไปในโพสเรื่องเทรนด์คือ ขวดแชมพู Head & Shoulders และ ขวดน้ำยาล้างจาน Method ที่ผลิตจากพลาสติกที่เก็บในน้ำ ลดการสร้างก๊าซเรือนกระจกจากปกติตั้ง 70% 
.

หรือห่วงจากแพ็คกระป๋องเบียร์ (ที่หลายคนน่าจะเคยเห็นรูปเต่าโดนมันรัดรอบกระดอง แล้วก็โตมาทั้งอย่างนั้น) ตอนนี้ก็มีแบรนด์ Saltwater Brewery ที่ผลิตห่วงนี้ให้ย่อยสลายง่าย ถ้าตกลงไปในแหล่งน้ำ ก็เป็นอาหารของสัตว์น้ำได้ เพราะทำมาจากเศษธัญพืชและข้าวบาร์เล่
.

Saving the sea เป็นเทรนด์การทำแพคเกจจิ้งที่สำคัญประจำปีนี้ และจะเป็นของหลายๆ ปีถัดไปจนกว่าปัญหาพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศจะทุเลาลงอย่างเป็นรูปธรรมแน่นอน ในฐานะผู้บริโภค เราก็มีส่วนในการลดการสร้างขยะ หรือเลือกสนับสนุนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติได้ค่ะ
………………………

Saving the sea เป็น 1 ใน 7 เทรนด์ที่มาแรงของบรรจุภัณฑ์ในปี 2018 ที่ยินดีดีไซน์รวบรวมมาให้แล้ว เชิญทางนี้ได้เลยค่ะ https://goo.gl/KT5yu5

ติดตามทั้งไอเดียทั้งอัพเดท แบรนดิ้งและแพคเกจจิ้งดีไซน์ ได้ที่เพจ YindeeDesign นะ #Branding #Packaging#Design