orientation 1

การสร้างคัลเจอร์แบบยินเด้อๆ

ยินดีดีไซน์ได้ชื่อว่าเป็นที่ที่ทำงานแล้วมีความสุขค่ะ แฮ้… ซึ่งเป็นสิ่งที่ภูมิใจ อันนี้มาจากฟีดแบ็คของยินเด้อเอง ทั้งคนที่ออกไปแล้วและที่ยังอยู่กันค่ะ

เวลามียินเด้อใหม่เข้ามา เราก็จะมี Orientation ที่สั้นและง่าย โดยพิฝนเอง กับสไลด์ที่มีอยู่ 6 หน้า (พอแล้วเหรอ)

เจ้าสไลด์ 6 หน้านี้ ไม่ได้เป็นข้อกำหนด ไม่ได้เป็นกติกา แต่เป็นสิ่งที่ฝนทำกับชีวิตตัวเองแล้วมันเวิร์ค เลยอยากแชร์ให้น้องๆ ฟัง (ขอให้เครดิตว่า ฝนได้สิ่งเหล่านี้มาจากการฝึกในแลนด์มาร์คมาเกินสิบปีค่ะ) แล้วถ้าน้องเห็นว่ามันมีประโยชน์ เราก็จะได้ใช้ชีวิตแบบนี้อยู่ด้วยกันที่นี่

แถมสไลด์เคดนี้ก็แลดูเป็นทางการมาก มีแต่ตัวการ์ตูนอะไรไม่รู้เต็มไปหมด บอกน้องๆ ล่วงหน้าว่า Orientation ที่นี่มันไม่เป็นทางการนักหรอกนะ (ซึ่งเอาจริงๆ ในบริษัทนี้มีอะไรเป็นทางการบ้างคะแม่ หืมมม)

สไลด์ 6 หน้า เน้นเรื่อง การเป็น (being) มากกว่าที่จะเน้นเรื่องการทำ (doing) ค่ะ

1. Being an Olympic Host การเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก

ทุกงานจะมีเจ้าภาพคนเดียวในแต่ละเฟส เพื่อสร้างความเป็นเจ้าของและความรับผิดชอบ (น้องจบใหม่ก็จะโตข้ามคืนได้เลยทีเดียวจากการนี้) เจ้าภาพไม่ต้องทำเองทุกอย่าง แต่ต้องเป็นต้นเหตุที่จะรู้ทุกอย่าง เหมือนจะจัดงานโอลิมปิกยังไงยังงั้น

เพิ่งได้ฟีดแบ็คมาล่าสุดจากดีไซเนอร์น้องใหม่ว่า แตกต่างจากที่เคยทำมาก่อน เพราะเคยแต่นั่งทำงานดีไซน์อย่างเดียว ไม่เคยต้องมาแมเนจอะไรอื่นๆ เบอร์นี้ แต่ก็เป็นสิ่งที่ชอบมาก เพราะได้เรียนรู้สิ่งที่อยู่รอบงานไปด้วย

ซึ่งใช่แล้ว เป็นความตั้งใจของเราเลย ที่จะไม่ให้ดีไซเนอร์นั่งปั้นอยู่หน้าคอมอย่างเดียว สกิลที่จำเป็นของชีวิตก็ต้องฝึกด้วย การจัดการเอย การสื่อสารเอย การขายไอเดียตัวเอง การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เรามี AE ช่วยซัพพอร์ตส่วนนึง แต่เขาไม่ได้ทำให้ทั้งหมดนะ (AE เป็นประมาณคณะกรรมการโอลิมปิกสากลงิ ส่วนเจ้าภาพคือประเทศญี่ปุ่นในปี 2022 ค่า ปัญหามาปัญญาเกิด ส่วนพี่ๆ ก็พร้อมซัพพอร์ตอยู่เสมอ แต่ทุกคนต้องโตเอง)

2. Being Responsible การเป็นความรับผิดชอบ

รับผิดชอบไม่ได้เพื่อโทษว่าใครผิด แต่เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งนี้เกิดขึ้นอีก ถ้าเกิดเบรคดาวน์ขึ้นมา (เช่น ปิดงานผิดเสียค่าปรับสองหมื่น) พี่ไม่เคยด่า น้องไม่เคยซวย บริษัทไม่เคยปรับ น้องจะเข้ามาสื่อสารอย่างเร็วเสมอ ไม่เคยปิดบัง ช่วยกันแก้ปัญหา พอเรื่องจบก็จะมา debrief กันว่าเกิดอะไรขึ้น ขุดไปถึงรากให้ได้ว่าต้นตอมันคืออะไร เพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก มากไปกว่านั้น เจ้าภาพจะเอาเรื่องนี้มาแชร์ให้รู้กันทั่วในที่ประชุม เพื่อเรียนรู้ด้วยกัน และป้องกันไม่ให้เพื่อนพลาดเหมือนเรา

อีกอย่างคือการรับผิดชอบสเปซของตัวเอง โดยไม่เก็บความหงุดหงิดหัวเสียไม่สบายใจไว้ ถือเป็นหนึ่งในความรับผิดชอบของแต่ละคนที่ต้องเคลียร์ตัวเองด้วยค่ะ

3. Being Communicative สื่อสารกันให้เยอะเข้าไว้

เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเด่นของที่นี่ ฝนบอกน้องตลอดว่าพูดกับพฝได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่คิดว่าพูดไม่ได้หรอก นั่นน่ะยิ่งต้องพูด เรามี session ที่ชื่อว่า Monday 10-10 ทุกเช้าวันจันทร์ ที่ทุกคนจะมาแชร์ตัวเอง ทั้งเรื่องแฮปปี้ เรื่องเฟล เรื่องกังวล เรื่องที่ได้เรียนรู้ ทั้งจากงานและจากชีวิตส่วนตัว เพื่อให้เราคุ้นชินกับการสื่อสารที่อิสระ ซึ่งทำให้มีผลกับการ discuss งานในห้องประชุมด้วย

มีลูกค้าชมบ่อยๆ ว่า ทีมยินดีแต่ละคนให้ความเห็นแบบอิสระ เป็น individual มาก ทำให้เห็นหลายมุมมองดี ส่วนน้องฝึกงานกับน้องจบใหม่ก็ตาเหลือกมาแล้ว ว่าสิ่งที่หนูพูดนี่มีคนฟังด้วยเหรอ ซึ่งเราก็บอกไปว่า ความเห็นของทุกคนนั้น valid ถ้าเราไม่ได้ยึดติดว่าความเห็นของเรานั้นมัน right เราก็จะได้เห็นมุมมองอื่นที่มีประโยชน์มากมาย

มีอีกหลายประเด็นเกี่ยวกับการสื่อสาร เช่น ถ้ามีเรื่องคาใจกับใคร ให้ไปเคลียร์กับคนคนนั้น (อันนี้ทำให้ไม่เกิดการนินทา ซึ่งเป็นต้นเหตุของความขุ่นมัวในองค์กร) / ตรงไปตรงมาแบบสุดๆ ในขณะเดียวกันก็รับความเอื้อเฟื้อในการสื่อสารของคนอื่น (อันนี้ทำให้การ comment งานรวดเร็ว กระชับ ตรงเป้า จบเป็นจบ) / หากมีเบรคดาวน์เกิดขึ้น ให้ปล่อยวางการกล่าวโทษคนอื่น และสำคัญกว่านั้นคือ ปล่อยวางการโทษตัวเอง และให้พลังคนอื่นและตัวเองด้วยนะ

ทุกอันต้องฝึก ฝึกเหมือนกินข้าว คือทำทุกวัน และเรามีเทรนนิ่งเรื่องนี้โดยเฉพาะทุกวีค

4. Being a Team Work การเป็นทีมเวิร์ค

จุดแข็งอย่างนึงของยินดีคือ เราเป็นบริษัทที่มีสมองทั้ง 2 ข้างอยู่ในที่เดียว ฝั่งจิส (Brand Strategist) เป็นสมองซีกซ้าย ตรรกะนำ
ส่วนฝั่งดีไซเนอร์ก็เป็นสมองซีกขวา ความสวยงามและสุนทรียะนำ สำหรับงานลูกค้า เรามี commitment ที่จะเติมเต็มทั้ง 2 ฝั่ง ต้องตอบโจทย์ทั้งผลลัพธ์ทางธุรกิจและเรื่องดีไซน์ด้วย ซึ่งต้องอาศัยการมองให้รอบด้าน อาศัยทีมเวิร์ค

ดีไซเนอร์ที่นี่มีจุดยืน แต่ไม่ยึดถืออัตตา เราเอางานเป็นตัวตั้ง ให้งานออกมาดีที่สุด ดีไซเนอร์ขาวยินเด้อชอบที่จะให้จิสมาร่วม comment งาน เพราะมันจะเป็นการมองจากทุกมุม มุมแบรนด์ มุมผู้บริโภค มุมตลาด มุมดีไซน์ มันกลมกว่า ครบถ้วนกว่า

จิสบางคน ก๊อปปี้บางคน มาใหม่ๆ งงตึ้บ พี่ครับผมคอมเม้นต์งานดีไซน์ได้ด้วยเหรอ ได้สิ

5. Being on Time เป็นการตรงเวลา

นอกจากจะเป็นการให้เกียรติเวลาของคนอื่น การตรงเวลายังเป็นการให้พลังตัวเอง ทำให้เราไม่ตัวเล็กตัวน้อย ให้เรามีพลังที่จะพูดหรือทำตามที่เราตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก แต่ถ้ามันไม่ทันจริงๆ ทันทีที่รู้ตัวก็ให้รีบสื่อสาร ส่วนถ้าพลาดไปแล้วก็ให้รีบปล่อยวาง และสื่อสารเพื่อเอาพลังกลับมา สิ่งที่เราไม่ต้องการที่สุดคือการรู้สึกผิด ที่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย

ยินเด้อจะเข้าซูม และเข้าประชุมก่อนเวลา 5 นาทีเสมอ เมื่อถึงเวลาเริ่มเป๊ง ถ้าแขกของเรายังไม่มา เราจะตามเขาในเวลานั้นเลย เพื่อให้เขาทราบว่าเราพร้อมแล้วนะ เราไม่ว่าอะไรเลย ถ้าแขกของเรามาสายมาช้า แต่เราทำของเราแบบนี้อย่างสม่ำเสมอ จนในที่สุดมันกลายเป็นคัลเจอร์ระหว่างกันและกัน ที่เราว่ามันสร้างนิสัยและวินัยที่ดี

6. Being Extraordinary เป็นความเป็นเลิศ

ข้อนี้หลายคนตกหลุมบ่อย โดยเฉพาะน้องใหม่ๆ ที่ชอบเปรียบเทียบงานตัวเองกับพี่ซีเนียร์ ชอบคิดว่างานเรายังไม่ดี ไม่ยอมชื่นชมตัวเอง ทั้งๆ ที่ใส่ความตั้งใจในการทำงานอย่างเต็มล้น เราต้องคอยบอกว่า เฮ่ย เรานับที่ความตั้งใจที่จะให้งานเป็นเลิศ ส่วนผลลัพธ์มันก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เราไม่คาดหวังให้คนที่มีชั่วโมงบินน้อย สามารถบินได้แบบกัปตันหมื่นชั่วโมงหรอก สำคัญที่เราไม่ปล่อย ไม่ชุ่ย ไม่ผ่าน แต่ทำงานเพื่อความเป็นเลิศที่สุด

อีกอย่างของเรื่องนี้ที่บอกน้องบ่อยๆ ก็คือ เราสามารถสร้างความประทับใจให้ลูกค้าหรือให้คนอื่นได้ ไม่ใช่จากการคุยโม้ว่าเราเก่งยังไง แต่จากการที่เราใส่ใจเขาต่างหาก การที่เราละเอียดกับแบรนด์ของเขาแบบสุดๆ นั่นแหละคือการทำงานเพื่อความเป็นเลิศ​


ทุกอย่างเริ่มต้นจาก 6 หน้าการ์ตูนโบ๊ะบ๊ะนี่แหละ แต่คนๆ เดียวพูดสไลด์ 6 หน้า มันไม่สามารถเกิดเป็นคัลเจอร์ขึ้นมาได้ค่ะ สำหรับฝนคือ คัลเจอร์มันถูกสร้างขึ้นมาก็จริง แต่มันจะคงอยู่อย่างเป็นธรรมชาติ และขยายไปถึงทุกคนได้ โดยทุกคนที่อยู่ด้วยกันค่ะ

หลังจากเปิด 6 หน้านี้ให้ดู ฝนจะถามว่าแต่ละคนได้เห็นอะไรสำหรับตัวเองบ้าง เช่น เห็นว่าเรื่องไหนเรายังขาด เรื่องไหนอยากเติม หรือเห็นว่าการที่ได้มาอยู่ที่นี่ เราจะได้พัฒนาเรื่องอะไรบ้าง

ทั้งหมดทั้งมวลเพื่อชีวิตของเขาเองค่ะ หากวันนึงเขาไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว (ซึ่งก็ไม่ได้อยากให้ใครไปนะ 555) เขาจะมีการเป็นเหล่านี้ติดตัว เป็นคัลเจอร์ส่วนตัว เป็นคุณสมบัติที่ดี นอกเหนือไปจากการทำงานเก่ง

ยินดีก็จะยินดีมากๆ ค่ะ

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

Related Articles

01

Personalized Vitamins for Healthy and Modern Lifestyle

เมื่อเร็วๆ นี้ เราได้ทำงานให้กับแบรนด์วิตามินแบรนด์นึง ซึ่งเป็นโมเดลที่ค่อนข้างใหม่สำหรับบ้านเราค่ะ สิ่งนี้เรียกว่า Personalized Vitamins หรือวิตามินท

Read More »
1

ถ้าแบรนด์เกลือทะเลไทยอยากจะไปทะเลโลก มันต้องใช้อะไรบ้างนะ

เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน เราได้เจอกับคุณบีและคุณปิงค่ะ คุณบีเนี่ยเป็นวิศวกร R&D ส่วนคุณปิงเป็นวิศวกรฝ่ายผลิต คุณบีมีนาเกลือในจังหวัดสมุทรสาครอยู่แล้ว

Read More »